สัมผัสตัวจริง ! Samsung Galaxy S7 และ S7 edge สมาร์ทโฟนทรงพลังสุดล้ำเหนือจินตาการ

01

หลังจากเปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างงดงามสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy S7 และ S7 Edge ในงาน Unpacked 2016 ที่ Mobile World Congress 2016 ณ กรุงบาเซโลน่า ประเทศสเปน หลังจากที่บรรดาสาวกอย่างเราๆเฝ้ารอเจอตัวจริงกันมาเนิ่นานเมื่อคืนนี้เองหนึ่งในทีมงาน Samsungparty ก็ได้มีโอกาสไปทดลองใช้งานตัวเครื่องจริงของทั้งสองรุ่นนี้ที่ตึกซัมซุงด้วยค่ะ 

001

มาดูที่ Galaxy S7 กันก่อน ตัวหน้าจอนั้นขนาดเท่าเดิมที่ 5.1 นิ้วแบบ QHD จุดที่ต่างไปจาก S6 เดิมก็คือด้านหลังของเครื่องที่เป็นกระจกแบบขอบโค้ง ซึ่งดีไซน์จะเป็นแบบเดียวกับ Galaxy Note 5 ทำให้จับได้ถนัดมือมากยิ่งขึ้น รวมถึงขอบเครื่องที่โค้งมนมากกว่าเดิม ให้ความรู้สึกที่สมูทมากขึ้น ส่วน Galaxy S7 edge นั้นจะมาในขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าเป็น 5.5 นิ้ว เท่ากับ S6 edge+

13

Samsung ปรับเปลี่ยนหน้าตาของมันในเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นสีของเครื่องที่คุมโทนเป็นสีเดียวกันทั้งเครื่อง ทั้งปุ่ม Home และ ช่องลำโพงสนทนา ทำให้ด้านหน้าเครื่องดูเป็นสีเดียวเรียบๆ ยิ่งตัวเครื่องสีดำนี่แทบจะเรียบเป็นสีเดียวกันทั้งหมด มันจึงดูสวยแบบดูหรูยิ่งกว่าเดิม

02

ตัว Samsung Galaxy S7 จะมีขนาดหน้าจอ 5.1 นิ้ว ความละเอียด QHD Super Amoled กระจกจอเป็น 2.5 D ด้านหลังโค้ง แบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh และตัวเครื่องเล็กลงเล็กน้อยครับ 142.4×69.6×7.9 มิลลิเมตร ส่วนตัว Samsung Galaxy S7 edge จะมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว QHD Super Amoled หน้าจอโค้งและด้านหลังก็โค้งด้วยะ แบตเตอรี่ขนาด 3,600 mAh ขนาดตัวเครื่อง 150.9×72.6×7.7 มิลลิเมตร

18

ถ้าหากเอาสเปคขึ้นมาเทียบกันดูแล้วก็จะเห็นว่าขนาดและน้ำหนักของ Galaxy S7 และ S7 edge นั้นไม่เท่าเดิม โดยที่ Galaxy S7 จะมีขนาดกว้างยาวจะต่างจากเดิมเล็กน้อย และตัวเครื่องจะหนากว่า Galaxy S6 อยู่ 1.1 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.9 มิลลิเมตร​ รวมถึงน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาจาก 138 กรัมมาเป็น 152 กรัม แต่พอถือจริงๆ แล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันต่างอะไรมากนัก ส่วนตัวกลับรู้สึกว่าจับได้ถนัดมือมากขึ้นกว่าตอน S6  ซะอีกค่ะ

14

ส่วน Galaxy S7 edge นั้น เมื่อเทียบกับ s6 edge+ ขนาดกว้างยาวจะลดลงเล็กน้อยแต่ก็หนาขึ้นนิดนึง เพิ่มมาจากเดิม 6.9 มิลลิเมตร มาเป็น 7.7 ซึ่งถือว่าไม่มาก และเรื่องของน้ำหนักก็เพิ่มจากเดิมแค่ 4 กรัมเท่านั้น เครื่องที่ขนาดเล็กลงช่วยให้เวลาถือ Galaxy S7 edge  ที่มีหน้าจอใหญ่ 5.5 นิ้วนั้นมีความรู้สึกกระชับมือมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

04

อีกอย่างที่เปลี่ยนไปก็คือความนูนของกล้องด้านหลังที่นูนออกมาน้อยกว่าเดิมพอสมควร ทำให้ด้านหลังเนียนเรียบยิ่งขึ้น ตอนแรกคิดว่าเป็นการพัฒนาให้เซนเซอร์ของกล้องบางลง แต่จริงๆ อาจจะเป็นที่ตัวเครื่องที่หนาขึ้นเลยทำให้เลนส์กล้องนูนออกมาน้อยลงแทนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใน Galaxy S7 และGalaxy S7 edge มีความหนามากขึ้น ก็คือการเพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ให้มากขึ้นจากเดิม โดยที่ใน Galaxy S7 เพิ่มขึ้นมาเป็น 3,000 mAh (ใน S6 2,550 mAh) ส่วนใน Galaxy S7 edge เพิ่มขึ้นเป็น 3,600 mAh (ใน s6 edge+ มี 3,000 mAh) เรียกได้ว่าปริมาณแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้นร่วมๆ 20% เลยทีเดียว ซึ่งแลกกับความหนาของเครื่องที่เพิ่มขึ้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้

15

และสิ่งที่หายไปในตอน S6 ที่น่าจะสร้างปัญหาให้กับ Samsung ไม่น้อยในตลอดปีที่ผ่านมาก็คือ ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ทำให้ต้องทำเครื่องออกมาหลายรุ่นความจุ ถึงแม้จะได้เรื่องความเสถียรและรวดเร็วในการเขียนอ่านข้อมูล แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่กลับไม่แฮปปี้เท่าไหร่ จึงทำให้ใน Galaxy S7 และ S7 edge จึงเปลี่ยนกลับมาใช้ระบบถาดซิมแบบ Hybrid ที่มันสามารถเลือกใน slot ที่ 2 ได้ว่าจะใช้เป็นใส่ซิมที่ 2 แบบ nano sim หรือว่าเลือกใส่หน่วยความจำเพิ่มแบบ microSD ที่รองรับความจุได้สูงสุดถึง 2TB กันเลยทีเดียวค่ะ

08

และนอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์การใช้งานใหม่เพิ่มเข้ามา เป็นฟีเจอร์ที่เราสามาถสั่งให้มีการแสดงผลข้อมูลที่หน้าจอในระหว่างที่เราล็อคหน้าจอและอยู่ในโหมดของ stand by ได้ อาทิ ปฎิทิน, นาฬิกา หรือโชว์เป็นรูปภาพเป็นลวดลาย แนวคิดนี้ก็เพื่อที่จะลดการเปิดหน้าจอบ่อยๆ ซึ่งก็จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้มากขึ้น ส่วนตัวยังไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับฟีเจอร์นี้มากนัก แต่เวลาที่เอามาใช้กับ cover case แบบ clear ที่ใสและมองเห็นหน้าจอที่มีแสดงข้อมูลอยู่ก็ดูเข้าท่าอยู่เหมือนกันค่ะ

09

ถัดมาในส่วนของขอบโค้งมนที่หน้าจอของ Galaxy S7 edgeนั้น มีการเพิ่มความสามารถที่มากกว่าส่งแสงไฟวิ่งเวลาที่มีสายเข้าหรือว่าเป็น Shotcut เพื่อโทรหาเบอร์คนสนิท มีการเพิ่มความสามารถให้ใส่พวก Shotcut แอพที่เราใช้งานบ่อย หรือแม้แต่ลากจากขอบหน้าจออกมาเพื่อดูสตรีมเนื้อหาจากเว็บได้ด้วย ก็ถือว่าช่วยทำให้ขอบโค้งมนของมันมีอรรถประโยชน์มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

12

อีกหนึ่งฟีเจอร์ดีที่มีใน Galaxy S5 แล้วก็ถอดทิ้งไปใน S6 ระบบการกันน้ำกันฝุ่นได้ถูกนำกลับมาอีกครั้งใน Galaxy S7 และ S7 edge ด้วยการประกอบตัวเครื่องพร้อมซีลป้องกันไม่ให้น้ำเข้ารอบเครื่อง ด้วยมาตรฐานที่ดีกว่าตอน S5 (ที่IP67) โดยใน Galaxy S7 และ S7 edge นั้นสามารถป้องกันฝุ่น และยังสามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นานถึง 30 นาทีอีกด้วยค่ะ

17

ตัวซอฟท์แวร์กล้องใน Galaxy S7 และ S7 edge โดยรวมไม่ต่างจาก S6 มากนัก เห็นมีเพิ่มส่วนทำ Live Stream ได้ (เครื่องที่ทดสอบไม่ได้ออนไลน์จึงไม่ได้ลอง) มีโหมด Pro ที่ปรับค่าถ่ายภาพได้อย่างอิสระ และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้และโหลดเพิ่มได้เช่นเคย

10

กล้องในโหมด Manual ที่ปรับได้หมดทั้ง EV, ความเร็วชัดเตอร์, ISO, White Balance, Autofocus และมีระบบโฟกัสแบบหลายจุดอีกด้วย

excellence-in-every-detail-the-design-of-the-galaxy-s7-and-galaxy-s7-edge-1

สิ่งที่เปลี่ยนไปใน Galaxy S7 และ S7 edge  ก็คือตัวเทคโนโลยีของกล้อง เริ่มตั้งแต่ขนาดรูรับแสงที่เดิมเป็น f/1.9 มาในรุ่นใหม่นี้เล็กลงไปอีกเหลือแค่ f/1.7 ถือว่าเป็นกล้องในสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีค่ารูรับแสงที่น้อยขนาดนี้ รวมถึงเทคโนโลยีภาพแบบ dual pixel ที่ตัวขนาดภาพจะลดลงมาเหลือที่ 12 ล้านพิกเซล แต่สิ่งที่ได้มาก็คือความคมชัดของสี และความสว่างของภาพในสภาวะที่แสงน้อย ซึ่งทาง Samsung นำเสนอว่าดีกว่าของคู่แข่งอย่าง iPhone 6s Plus แบบไม่เห็นฝุ่น

สรุปภาพรวม Samsung Galaxy S7 และ S7 edge

ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ที่ได้เห็นข่าวภาพหลุดมาแบบชนิดที่เรียกได้ว่าในงาน Unpacked นี่ไม่ต้องลุ้นเรื่องของหน้าตาและการออกแบบอะไรกันแล้วละ ซึ่งก่อนเริ่มงานก็จะรู้สึกว่ามันคงไม่ค่อยแตกต่างอะไรจาก S6 และ S6 edge+ มากหรอกมั้ง แต่เมื่อได้ลองสัมผัสตัวเครื่องจริงแล้ว

กลับรู้สึกได้ว่า…มันไม่เหมือนเดิมเลย ความคิดเปลี่ยนไปกับทั้งสองรุ่นนี้ รู้สึกได้ว่าเป็นรุ่นที่พัฒนาจากเดิมและเพิ่มเติมความสามารถเข้าไปมากกว่าในตัว Galaxy S6 แทบจะทุกๆ ด้านเลย ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่ดีขึ้น แบตเตอรี่อึดขึ้น ระบบกันน้ำ IP68 และการเพิ่ม Slot ใส่เมมโมรี่การ์ดได้ ขนาดเล็กลงแต่มีความหนาขึ้นเล็กน้อยเพราะขนาดแบตเตอรี่ที่เพิ่มมากขึ้น โดยรวมมีทั้งสองรุ่นพัฒนาขึ้นกว่าเดิมมากจริงๆค่ะ

ส่วนเรื่องของราคาขายนั้นทางซัมซุงยังไม่ได้ประกาศราคาออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับวันเริ่มออกวางขายในต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, เกาหลีใต้ ฯลฯ) จะเริ่มขายในวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2559 ส่วนประเทศไทยยังไม่มีประกาศแต่คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันค่ะ

< !— Facebook Pixel Code -->


< !— End Facebook Pixel Code -->

< !— Google Code for 3rd Party : S7 After Unpack -->




(http://bs.serving-sys.com/BurstingPipe/adServer.bs?cn=tf&c=20&mc=click&pli=17036975&PluID=0&ord=[timestamp]’%3E%3C/a)>

One thought on “สัมผัสตัวจริง ! Samsung Galaxy S7 และ S7 edge สมาร์ทโฟนทรงพลังสุดล้ำเหนือจินตาการ

  1. ขอโทษนะครับ รูรับแสงเลขน้อยลง หมายถึงรูรับแสงกว้างขึ้นครับ ไม่ใช่เล็กลง เดี๋ยวมีคนเข้าใจผิดนะครับ

Leave a Reply